หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: HRD นำความยืนยงสู่องค์การ  (อ่าน 9335 ครั้ง)
Dr.Pracha Tansaenee
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 582


t_pracha@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2009, 11:30:50 am »


จาก http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/hr/20091112/85992/HRD-นำความยืนยงสู่องค์การ.html


คำกล่าวของซุนวู ที่ว่า “จงเลี้ยงดูทหารของให้ดี บ่มเพาะความแข็งแกร่งภายใน เพื่อให้ปราศจากโรคภัย นี่คือ หลักประกันแห่งชัยชนะ”


เป็นข้ออ้างอิงหนึ่งที่สนับสนุนว่า ‘คน’ คือ หัวใจแห่งความสำเร็จ มาตั้งแต่อดีตกาลโน่นแล้ว เบญจวรรณ บุญใจเพ็ชร เกริ่นนำเรื่องนี้ก่อนเข้าสู่การบรรยายในหัวข้อ “HRD Strategy : เชื่อมโยงงานพัฒนาบุคลากรสู่การพัฒนาองค์การ” ซึ่งจัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

และได้นำการตีความ HRD -Human Resource Development  ของปรมาจารย์ HRD ของโลกอย่าง Dave Ulrich  เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องนี้ให้พูนเพิ่มยิ่งขึ้นซึ่งมีใจความว่า "เป็นการสร้างและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้ในองค์การ การออกแบบโปรแกรมการฝึกอบรม รวมถึงเป็นกระบวนการในการถ่ายโยงข้อมูลและประสบการณ์ของพนักงาน การให้คำปรึกษาในการพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) ให้พนักงาน ตลอดจนเป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้ต่างๆ ให้เกิดขึ้น"

งานพัฒนาบุคลากรนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของธุรกิจ เพราะองค์การต้องอาศัยพนักงานที่มีความสามารถ มีการเรียนรู้และพัฒนา เพื่อสร้างกระบวนการทำงานที่ดี สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้ลูกค้าพอใจ  เพื่อนำมาซึ่งผลกำไร บริษัทมีความก้าวหน้า พนักงานอยู่ดีกินดี
เบญจวรรณ กล่าวว่า

ขอบเขตหน้าที่ของ HRD นั้นมีอยู่ 6 เรื่องหลักๆ นั่นคือ

1. การฝึกอบรมและพัฒนา (Training &Development)
2. การพัฒนาสายอาชีพ (Career Development)
3. การพัฒนาสมรรถนะ (Competency Development)
4. การบริหารผลงาน (Performance Management)
5. การบริหารคนเก่งคนดี (Talent Management)
6. การบริหารองค์การ (Organization Development)

    อย่างไรก็ตามธุรกิจในไทยโดยเฉพาะไซส์เล็กๆ ยังไม่ค่อยตื่นตัวในเรื่องนี้  โดยอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเกินตัว  และเธอเตือนว่าธุรกิจในประเทศลาวจำนวนมากกำลังลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้อย่างเร่งรีบ และทำทั้ง 6 เรื่องอีกด้วย

หากแต่หลุมพรางของความล้มเหลวของ HRD นั้นก็มักขึ้นอยู่กับสมรรถนะของนัก HRD หมายถึง ความรู้ความสามารถด้านทักษะวิชาชีพ เช่น ความรู้ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหารงานฝึกอบรม การบริหารและพัฒนาผลปฏิบัติการ การจัดการความรู้ในองค์การ ตลอดจนความรู้ความสามารถด้านธุรกิจและสติปัญญา

ส่วนดีกรีความสามารถด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคลก็ต้องเป็นเลิศ เบญจวรรณ บอกว่า ต้องเก่งชนิดเป็นนักแสดงระดับรางวัลออสการ์ได้ยิ่งดี ประเภทตีบทกระจุย ไม่ว่าจะรับบทนางเอก หรือ นางมาร เพื่อนำไปสู่เป้าหมายคือความร่วมไม้ร่วมมือของคนในองค์การนั่นเอง

HRD ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆ จะแฮปปี้เอ็นดิ้งได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ ‘กลยุทธ์’
วิทยากรท่านนี้ให้คำแนะนำว่ากลยุทธ์ที่ดีต้องพิจารณากันดีๆ ใน 5 ประเด็น คือ

1. วิสัยทัศน์และภารกิจขององค์การ
2. เป้าหมายและกลยุทธ์ของธุรกิจ
3. ลูกค้าภายนอกและลูกค้าภายใน
4. ขีดความสามารถหรือความได้เปรียบในการแข่งขัน และ
5. องค์การให้ความสำคัญต่อการลงทุนเพื่อพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์มากน้อยเพียงไร

แน่นอนว่ากลยุทธ์ HRD ของบริษัทชั้นนำระดับประเทศและระดับโลกจะสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจขององค์การเสมอ
ข้อควรระวังก็คือ ความสำเร็จไม่อาจลอกเลียนกันได้ เนื่องจากแต่ละองค์การย่อมมีความต่างและต้องอย่าลืมประเมินผลลัพธ์หรือเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ที่ต้องเกิดประสิทธิภาพต่อตัวของพนักงานเองและต่อองค์การด้วย

เบญจวรรณ กล่าวว่าอาจจะกำหนดตัวชี้วัด  (KPI-Key Performance Indicators) เช่น สัดส่วนพนักงานที่มีผลงานระดับดีมากต่อจำนวนพนักงานทั้งหมด อัตราส่วนของพนักงานที่ได้รับการเลื่อนขั้น  การลดอัตราส่วนของพนักงานที่มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน  อัตราส่วนของพนักงานประเภท Multi-Skill Operator   อัตราส่วนของพนักงานที่สามารถสอนงานผู้อื่นได้ ฯลฯ

การเชื่อมโยงงานพัฒนาบุคลากรสู่การพัฒนาองค์การเป็นงานซับซ้อนและต้องทำเป็นลำดับขั้น เริ่มที่ การพัฒนาพนักงาน (Individual Development) การพัฒนาสายอาชีพ (Career Development) การบริหารผลงาน (Performance Management) และ การพัฒนาองค์การ (Organization Development)
และก่อนจะเริ่มต้นพัฒนาในแต่ละเรื่องย่อมต้องมีการวินิจฉัย ให้รู้ว่ามีปัญหาคาใจหรือมีจุดอ่อนจุดแข็ง มีรอยรั่วตรงจุดใด อย่างไรเสียก่อน เช่น การพัฒนาพนักงานนั้นต้องเช็คว่าองค์การมีพนักงานประเภท ไม้ตายซาก เด็กเจ้าปัญหา  ดาวเด่น และพนักงานที่ปฏิบัติได้ตามเกณฑ์  ในส่วนผสมที่ลงตัวหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การวางแผน และปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม
ไม่เช่นนั้นก็อาจเกาแต่ไม่ถูกที่คันก็เป็นได้
 
เธอบอกว่าจากประสบการณ์ มี 7  ปัจจัยความสำเร็จในการเชื่อมโยงงานพัฒนาบุคลากรสู่การพัฒนาองค์การ ได้แก่

1.การสนับสนุนของผู้บริหาร
2. การสร้างจิตสำนึก และแรงจูงใจในการพัฒนาอย่างจริงจัง
3. การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา
4. การยกระดับทักษะทั้งด้านปฏิบัติการและด้านการบริหาร
5.การบริหารการเปลี่ยนแปลงสู่การปฏิบัติ
6.ประเมินผลและติดตามผลอย่างเป็นระบบ  ไม่ว่าจะด้านความพึงพอใจ การเรียนรู้ พฤติกรรม และผลลัพธ์ทางธุรกิจ และ
7. การสร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และทิ้งท้ายว่าทุกเรื่องราวจำเป็นต้องปรับปรุงให้ทันกับการหมุนของโลก ที่นับวันก็จะมีแต่เร็วขึ้น

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: