หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: PMATชี้แนวโน้มปรับเงินเดือนปี53 ลดเหลือ4.86%  (อ่าน 5245 ครั้ง)
Dr.Pracha Tansaenee
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 564


t_pracha@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2009, 11:45:06 AM »

สมาคมการจัดการงานบุคคลเผยแนวโน้มขึ้นเงินเดือนปี 53 ลดลงจาก 5.05% เหลือ 4.86% ขณะที่การจ่ายโบนัสเฉลี่ย 2.43 เดือน

จาก website : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/hr/20091030/83952/PMATชี้แนวโน้มปรับเงินเดือนปี53-ลดเหลือ4.86.html

ค่าจ้างเงินเดือนปีหน้า ขาตั้งสู้อย่างไรดี


บางบริษัทยังอยู่ในภาวะถดถอย แทบเอาตัวไม่รอด การเรียกร้องขึ้นเงินเดือน คงจะเป็นไปไม่ได้


ในที่สุด ผลการสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการ ประจำปี 2553/2554 ของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) โดยมีบริษัทเข้าร่วมกว่า 130 บริษัท จาก 10 กลุ่มธุรกิจ ก็คลอดออกมาได้ตามกำหนด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังอึมครึม และยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย กอปรกับสภาวะทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ในสภาวการณ์เช่นนี้ บรรดาผู้ประกอบการ เจ้าของบริษัท และผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ต่างให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ การทำอย่างไรให้บริษัทของตนอยู่รอดเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องของการปรับค่าจ้างเงินเดือนนั้น อาจไม่ใช่ประเด็นหลักที่ผู้บริหารจะพูดถึงกัน เพราะบางบริษัทเองยังอยู่ในภาวะถดถอย และแทบเอาตัวไม่รอด ดังนั้นการเรียกร้องขึ้นเงินเดือนก็คงจะเป็นไปไม่ได้

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ในเรื่องของการสำรวจอัตราค่าจ้าง พบว่าหลายบริษัทยังคงให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมสำรวจ

โดยผลการสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการรวมถึงแนวโน้มของการขึ้นเงินเดือนในปี 2553/2554 นี้  ในส่วนของการขึ้นเงินเดือนสำหรับปี 2553 นั้น  ภาพรวมของทุกกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มในการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 4.86% ลดลงกว่าปี 2552 นี้เล็กน้อย โดยมีอัตราการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 5.05%

เมื่อทำการเปรียบเทียบย้อนหลังไปถึงปี 2550 พบว่าแนวโน้มของการขึ้นเงินเดือนนั้นลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากที่คาดการณ์ในปี 2553 เท่ากับ 4.86% มาในปี 2552 เท่ากับ 5.05% ปี 2551 เท่ากับ 5.74% และปี 2550 เท่ากับ 6.01%

“การขึ้นเงินเดือนตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา มีแนวโน้มลดต่ำลงมาเรื่อยๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย อย่างไรก็ดี การลดลงของอัตราการขึ้นเงินเดือนก็ยังถือว่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจีดีพี”

หากทำการเปรียบเทียบระหว่างแนวโน้มของการขึ้นเดือนกับภาวะค่าครองชีพ ในปีนี้ภาวะค่าครองชีพที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีตัวเลขไว้ ณ ปัจจุบัน ก็คือ -1.9% ถ้าบริษัทขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่ 4.86% แสดงว่าพนักงานจะได้รับเงินเดือนขึ้นตามผลตอบแทนจากค่างานไปเต็มๆ โดยไม่มีเรื่องของค่าครองชีพที่สูงขึ้นเข้ามาเอี่ยว เพราะดัชนีราคาผู้บริโภคกำลังติดลบอยู่ ซึ่งก็แปลว่าสินค้าในตลาดไม่ได้แพงขึ้นในช่วงปีนี้ (อาจจะแพงไปแล้วก่อนหน้านี้)

และหากพิจารณาเป็นรายกลุ่มธุรกิจพบว่า ในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง-วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง กลุ่มพลาสติก-ยาง-หนัง-ปิโตรเลียม-แก๊ส และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยของการขึ้นเงินเดือนสูงกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ (อยู่ที่ 5.50% และ 5.22%) ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภค และปัจจัย 4

ในส่วนของผลการสำรวจเรื่องการจ่ายโบนัสรวมนั้น พบว่าในภาพรวมของทุกกลุ่มธุรกิจ จะจ่ายโบนัสรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.43 เดือน ซึ่งสูงกว่าในปี 2552 ที่พบว่ามีการจ่ายโบนัสรวมอยู่ที่ 2.23 เดือน โดยในส่วนของโบนัสคงที่ และโบนัสผันแปร อยู่ที่ 1.36 เดือน และ 2.14 เดือน ตามลำดับ

นอกจากนี้ PMAT ได้จัดทำการสำรวจ กลยุทธ์ในการบริหารบุคคลที่ถูกมาใช้ในช่วงเศรษฐกิจขาลง โดยผลสำรวจพบว่า 3 อันดับแรกของกลยุทธ์ด้านค่าจ้างเงินเดือนที่บริษัทส่วนใหญ่นำมาใช้กันก็คือ

(1) ไม่มีการจ่ายโบนัสในปลายปีนี้ คิดเป็น 23.31% เหตุผลก็คือ ผลประกอบการไม่ดี หรือบางทีก็อยู่ในภาวะขาดทุนมาทั้งปี ก็เลยไม่มีทุนที่จะไปจ่ายโบนัสให้กับพนักงาน
(2) การลดเงินเดือนพนักงานลง 22.56% ซึ่งบริษัทที่ใช้มาตรการนี้จะลดเงินเดือนพนักงานลงประมาณ 15-30% และ
(3) การปรับลดเวลาการทำงานลง จาก 5 วัน เหลือ 3 หรือ 4 วัน หรือเท่ากับ 21.05% เพื่อทำให้อัตราค่าจ้างเงินเดือนลดลงตามวันเวลาที่ลดลงไป



เมื่อทราบข้อมูลทั้งด้านตัวเลขแนวโน้มการขึ้นเงินเดือนและกลยุทธ์ในการบริหารค่าตอบแทนในยุคนี้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือ นำไปประยุกต์ใช้กับแนวนโยบาย และวัฒนธรรมขององค์กร สิ่งที่จะต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ความโปร่งใส และความจริงใจที่บริษัทมีให้กับพนักงานในเรื่องของการบริหารค่าตอบแทน เพราะในยุคนี้อะไรๆ ก็สื่อถึงกันได้หมด ไม่ว่าเพียรพยายามจะปิดบังสักแค่ไหน

ดังนั้นถ้าบริษัทเลือกที่จะโปร่งใสและจริงใจกับพนักงานแล้ว สิ่งที่บริษัทจะได้รับตอบแทนกลับมาก็คือ ความจริงใจและความทุ่มเทของพนักงานต่อองค์กร

ไหลมาเทมาไม่รู้จบ...

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: