หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:51:45 am 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย enlado
You commit an error. Write to me in PM, we will communicate.

 2 
 เมื่อ: 25 มิถุนายน 2022, 09:14:49 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย SamantaSl
Curious question

 3 
 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2022, 06:40:06 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
การเตรียมการเพื่อการส่งงาน

             วิชานี้ คะแนนรวม 100 คะแนน ในส่วนของ ความรับผิดชอบของผม คือ 50 คะแนน ให้ นศ แต่ละคนส่งงานของตนเอง ประกอบด้วย Excel File การนำเสนอ และ Quiz = 20 คะแนน และ การสอบจะใช้กรณีศึกษา= 30 คะแนน


  กำหนดให้ นักศึกษาทุกคน ดำเนินการ ดังนี้

                  1. ให้ทุกคนเข้ากลุ่มไลน์ห้อง โดยการเก็บคะแนน จะดูจากเวลาการส่งงานในแต่ละครั้งเป็น คะแนนเก็บ 20 คะแนน
                      ข้อตกลงการเก็บคะแนนเก็บ คือ  กำหนด นศ. ทุกคน หากต้องการคะแนนเก็บและการมีส่วนร่วม ดังนี้
                       1.1. การเพิ่ม No.ที่..... ท้ายชื่อของ นศ เพื่อทราบ ว่า นศ ท่านใดตอบ โดยกำหนดให้ ใส่ทิ้งไว้ ประมาณ 3 สัปดาห์
                       1.2. หาก นศ ไม่สะดวก ทุกครั้งที่ตอบคำถาม ต้อง ระบุ ชื่อ-นามสกุล และ No. ทุกครั้งที่ต้องส่งคำตอบ
                              ถ้า นศ ท่านใด ไม่ใส่ ถือว่า ไม่สามารถตรวจสอบได้ (ไม่มีคะแนนให้นะครับ)
                       1.3. ให้ นศ ทุกคนที่ตอบคำตอบในกลุ่มไลน์ ให้ มาลงเวลาที่ตอบ ใน Excel Sheet เพื่อครูจะนำมาคำนวณเป็นคะแนนเก็บ
ตามลิงค์
                       1.4. สำหรับคนที่ติดธุระ หรือมีภาระกิจ ไม่สามารถเข้าเรียนได้ ให้ Download แบบคำร้องทั่วไปของมหาวิทยาลัย ตามลิงค์นี http://www.regis.ru.ac.th/document/Form60/FM0_regis.pdf  และ นศ ต้องส่งมาที่ไลน์กลุ่ม ก่อนวันเรียน(ไม่น้อยกว่า 1 วัน) เพื่อจะได้มอบหมายงาน อื่นให้ เป็นคะแนนเก็บ
                   2. ให้ทุกคน ส่งงานเป็น Excel File โดย กำหนด ชื่อ File  ประกอบด้วย ==> รหัสนศ และตามด้วย ชื่อ/นามสกุล เท่านั้น **

         

            1.การเตรียมตัวการทำ Case ให้นักศึกษา เข้าไป load ข้อมูล ในเวปไซด์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประไทย โดยเข้าไปที่ Sheet  งบการเงิน  หรือ อาจไปที่  หน้า ข่าวที่มีการรายงานงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยได้ Link ให้ดังนี้ https://classic.set.or.th/set/commonslookup.do?language=th&country=TH  ข้อมูลในส่วน งบการเงิน ณ 31 มีนาคม 2565 และรายงานประจำปีของบริษัทปี 2564  ดังนี้
            จึงกำหนดให้ นักศึกษาดำเนินการตามนี้ คือ

         กลุ่มที่                 เลขที่                                                           บริษัท
           1                    1-5                                                             BH
           2                    6-11                                                          ERW
           3                    12-17                                                        TRUE
           4                    18-22                                                        MAJOR
           5                    23-28                                                         BEC
           6                    29-33                                                          QH
           7                    34-35 /ฝากเรียน VL21 และ เทียบโอน VL22           AMATA

       
      2. วิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กร  (Vision, Mission, Objectives, Strategies, Policies )

    *** ให้นักศึกษาเข้าไปหาข้อมูลใน Website ของบริษัทตามที่อาจารย์ได้กำหนดกลุ่ม ==>  ในส่วนข้อมูลบริษัท ควรทราบก่อนมาทำ CASE ***

    2.1 สภาวะแวดล้อมภายนอก External Environment
            2.1.1 สภาวะแวดล้อมทั่วไป Societal environment (Economic, Technological , Political-legal, Sociocultural, international)
            2.1.2 สภาวะแวดล้อมในการแข่งขัน Task environment : Porter’s 5 forces
 
  2.2 สภาวะแวดล้อมภายใน Internal Environment  โดยการวิเคราะห์ปัจจัยภาพในว่าองค์การนั้นๆมีจุดแข็งและจุดอ่อนในปัจจัยทั้ง 7 อย่างไร

           2.2.1 โครงสร้างองค์การ (Structure)
           2.2.2 กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)
           2.2.3 ระบบการปฏิบัติงาน (System)
          2.2.4 บุคลากร (Staff)
          2.2.5 ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill)
          2.2.6 รูปแบบการบริหารจัดการ (Style)
          2.2.7 ค่านิยมร่วม (Shared values)


     ** ปัจจัยอ่อน หรือ Soft Elements มี 4 ตัว คือ ทักษะ ทีมงาน (คน) สไตล์ และทีสำคัญที่สุดคือ ค่านิยมร่วม

     ** ส่วนปัจจัยแข็ง หรือ Hard Elements มี 3 ตัว คือ กลยุทธ์ โครงสร้าง และ ระบบ


3. กำหนดให้ นศ จัดทำการวิเคราะห์ สถานะการเงินของบริษัท โดยใช้เครื่องมือต่างๆ (SWOT, EFAS, IFAS, SFAS, TOWS, BCG  และ BSC)

4.การนำเสนอกลยุทธ์ในระดับแบบต่างๆ

   4.1 กลยุทธ์ระดับองค์การ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

   4.2 กลยุทธ์ระดับธุรกิจ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

   4.3 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

5. จัดทำแผนปฎิบัติการ สำหรับ  9 เดือน (1เมย - 31 ธค 2565)

6.ให้ นศ ศึกษา "รูปแบบของ BSC" และ ตาราง BSC & KPI  เพื่อออกแบบในการจัดทำตาราง BSC ในการทำกรณีศึกษานี้และส่งเป็นคะแนนเก็บ


ในวันที่เรียน ดังนั้น ทุกคนต้องมี Notebook เพื่อใช้วิเคราะห์และสรุปส่งในวันนั้น


****     ถ้าเป็นไปได้ นศ ลองไปหา หนังสืออ่านประกอบการเรียน ชื่อหนังสือ "การจัดการกลยุทธ์ ของ รศ พิบูล ทีปะปาน ซึ่งเป็นภาษาไทย ที่ใกล้เคียงกับ Power Point (ภาษาอังกฤษ) ของ Wheelen & J.David   ****


หลักเกณฑ์การให้คะแนน แต่ละทุกคนจัด ทำข้อมูลและนำเสนอเนื้อหา ตามกำหนดด้านบน  ดังนี้

    1. ให้ นศ แต่ละคนดย ระบุ รหัส ชื่อ-นามสกุล ของสมาชิกกลุ่ม
    2. กำหนด ชื่อ Excel File  ดังนี้ ฺรหัส นศ - ชื่อ/นามสกุล
    3. ให้ การส่งช้า หัก นาที ละ 1 คะแนน
    4. ความครบถ้วนของเนื้อหา โดยพิจารณาจากหัวข้อเรื่อง และเหตุผลการวิเคราะห์ประกอบการนำเสนอว่า มีความชัดเจน ถูกต้องและครบถ้วน

**********************************************************************

เกณฑ์การประเมินผล

          ช่วงคะแนน         เกรด

         90 – 100      =     A
         80 – 89       =     A-
         70 – 79       =     B+
         60 – 69       =     B

        ต่ำกว่า 60       =     I   

       **  ทั้งนี้ กรณีที่สอบไม่ผ่าน  แก้ I  ได้เกรดตามจริง แต่ไม่มากกว่า B นั้นหมายถึงว่านักศึกษา อาจได้ B- หรือ C **

 4 
 เมื่อ: 26 เมษายน 2022, 08:42:09 am 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่อการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอก
(Stakeholders' Expectations towards Hiring Internal Auditors from Outsourcing)


Surapa Taibanguay, Pracha Tansaenee, Dechaphan Ratsasanasart, Wonlop Writthym Buachoom

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่อการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอก 2) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีสัมพันธ์กับความคาดหวังในการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ สมาชิกของสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก โดยใช้โปรแกรม G* Power 3.1.9.2 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติไคสแควร์ ผลการศึกษาพบว่า 1) ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอก โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3 ลำดับแรก ได้แก่ ด้านการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในสอดคล้องกับกรอบการปฏิบัติงานวิชาชีพตรวจสอบภายในที่เป็นสากลของ IIA รองลงมาคือ ด้านพันธกิจ กลยุทธ์ และรูปแบบธุรกิจ และด้านการประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารความเสี่ยง และงานตรวจสอบภายใน ตามลำดับ 2) การศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับความคาดหวังในการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอก พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลมีความสัมพันธ์กับความคาดหวังในการจ้างผู้ตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอก ได้แก่ ด้านพันธกิจ กลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ ด้านการประเมินความเชื่อมั่นเพื่อสร้างคุณค่า และด้านการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในสอดคล้องกับกรอบการปฏิบัติงานวิชาชีพตรวจสอบภายในที่เป็นสากลของ IIA อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05
สามารถคลิกดู บทความวิจัย ตามล่างนี้

http://ojs.kmutnb.ac.th/index.php/bid/article/view/5756

 5 
 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2022, 09:15:40 am 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
การจัดทำรายงาน BUS7017  สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ สงขลา รุ่น 2565

               วิชานี้ คะแนนรวม 100 คะแนน ในส่วนของ ความรับผิดชอบของผม คือ 50 คะแนน  ประกอบด้วย ดังนี้

1.การเข้าชั้นเรียน/การส่งงาน Quiz ใน line/การให้ส่วนร่วมในการตอบคำถามเช่น การที่ครูถาม และมีการโต้ตอบในไลน์ และ การนำเสนอ คลิปวิดีโอ = 20 คะแนน และ @@@@@ สำหรับ นักศึกษา ที่ไม่สามารถเข้าเรียน ออนไลน์ ได้ และต้องการ คะแนนเก็บ ต้องส่งใบคำร้องทั่วไป http://www.regis.ru.ac.th/document/Form60/FM0_regis.pdf มาที่ ไลน์กลุ่ม ก่อนวันเรียน เพื่อ จะได้มอบหมายงานให้ทำ @@@@

2.การสอบออนไลน์ = 30 คะแนน

 ดังนั้น ข้อตกลง คือ กำหนด นศ. ทุกคน หากต้องการคะแนนเก็บและการมีส่วนร่วม คือ
1. การเพิ่ม No.ที่..... ท้ายชื่อ เพื่อทราบ ว่า นศ ท่านใดตอบ โดยกำหนดให้ ใส่ทิ้งไว้ ประมาณ 3 สัปดาห์
2. หาก นศ ไม่สะดวก ทุกครั้งที่ตอบคำถาม ต้อง ระบุ ชื่อ-นามสกุล และ No. ทุกครั้งที่ต้องส่งคำตอบ ถ้า นศ ท่านใด ไม่ใส่ ถือว่า ไม่สามารถตรวจสอบได้ (ไม่มีคะแนนให้นะครับ)
3. ให้ นศ ทุกคนที่ตอบคำตอบในกลุ่มไลน์ ให้ มาลงเวลาที่ตอบ น Excel Sheet เพื่อครูจะนำมาคำนวณเป็นคะแนนเก็บ
ตามลิงค์
 
การเตรียมตัวการทำ กรณีศึกษา(Case) ให้นักศึกษา ต้องไปหาข้อมูลและวิเคราะห์ 
         
          1.การเตรียมตัวการทำ Case ให้นักศึกษา เข้าไป load ข้อมูล ในเวปไซด์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประไทย โดยเข้าไปที่ Sheet  งบการเงิน  หรือ อาจไปที่  หน้า ข่าวที่มีการรายงานงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยได้ Link ให้ดังนี้ :  http://www.set.or.th/set/commonslookup.do?language=th&country=TH] ข้อมูลในส่วน งบการเงิน ณ 31 ธันวาคม 2564 และรายงานประจำปีของบริษัทปี 2563 ดังนี้
          2. วิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กร  (Vision, Mission, Objectives, Strategies, Policies )

    *** ให้นักศึกษาเข้าไปหาข้อมูลใน Website ของบริษัทตามที่อาจารย์ได้กำหนดกลุ่ม ==>  ในส่วนข้อมูลบริษัท ควรทราบก่อนมาทำ CASE ***

    2.1 สภาวะแวดล้อมภายนอก External Environment
            2.1.1 สภาวะแวดล้อมทั่วไป Societal environment (Economic, Technological , Political-legal, Sociocultural, international)
            2.1.2 สภาวะแวดล้อมในการแข่งขัน Task environment : Porter’s 5 forces
 
  2.2 สภาวะแวดล้อมภายใน Internal Environment  โดยการวิเคราะห์ปัจจัยภาพในว่าองค์การนั้นๆมีจุดแข็งและจุดอ่อนในปัจจัยทั้ง 7 อย่างไร

           2.2.1 โครงสร้างองค์การ (Structure)
           2.2.2 กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)
           2.2.3 ระบบการปฏิบัติงาน (System)
           2.2.4 บุคลากร (Staff)
           2.2.5 ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill)
           2.2.6 รูปแบบการบริหารจัดการ (Style)
           2.2.7 ค่านิยมร่วม (Shared values)
 

     ** ปัจจัยอ่อน หรือ Soft Elements มี 4 ตัว คือ ทักษะ ทีมงาน (คน) สไตล์ และทีสำคัญที่สุดคือ ค่านิยมร่วม

     ** ส่วนปัจจัยแข็ง หรือ Hard Elements มี 3 ตัว คือ กลยุทธ์ โครงสร้าง และ ระบบ


3. การวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือต่างๆ (SWOT, EFAS, IFAS, SFAS, TOWS, BCG  และ BSC)
โดยกำหนดให้ นักศึกษาแต่ละคน ส่ง Excel File  ประกอบด้วย Sheet ดังนี้
     3.1 วิเคราะห์ งบแสดงฐานะการเงิน
     3.2 วิเคราะห์ งบกำไร ขาดทุน
     3.3 ตารางวิเคราะห์ IFAS
     3.4 ตารางวิเคราะห์ EFAS
     3.5 ตารางวิเคราะห์ SFAS
     3.6 ตารางวิเคราะห์ TOWS
     3.7 การสรุป กลยุทธ์ ระดับ องค์กร /กลยุทธืระดับธุรกิจ / กลยุทธ์ระดับหน้าที่

       3.7.1 กลยุทธ์ระดับองค์การ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

      3.7.2 กลยุทธ์ระดับธุรกิจ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

      3.7.3 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ ดังนี้
         2.3.1 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ของฝ่ายการตลาด พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
         2.3.2 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ของฝ่ายการเงินาด พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
         2.3.3 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ของฝ่ายการดำเนินงาน/บริการ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
         2.3.4 กลยุทธ์ระดับหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ พร้อม ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ

    3.8 ตารางแผนการปฎิบัติงาน (GANTT CHART) สำหรับปี 2565 ตาม กลยุทธ์ระดับหน้าที่

    3.9 ตาราง Balance Score Card ทั้ง 4 มิติ

หลักเกณฑ์การให้คะแนนในการจัดทำงานส่ง

1. การนำเสนอนั้น นักศึกษาทุกคนจัดทำข้อมูลและนำเสนอเนื้อหา Power Point ดังนี้
    1.1 ให้ นศ จัดทำและนำเสนอ Power Point จำนวน 10-12 Sheet
    1.2.กำหนดให้ใส่ ชื่อ File ดังนี้ ลำดับ-รหัสนักศึกษา-ชื่อนามสกุล
    1.3.ส่ง มาที่ "ไลน์ห้องกลุ่ม" ภายใน วันพฤหัสที่ 17 มีนาคม 2565 เวลา 12.00 น. (การส่งช้า หัก นาที ละ 1 คะแนน)

2. คะแนนการนำเสนอประกอบด้วย

     2.1 ตัวผู้นำเสนอ เนื่องจากเป็นการให้คะแนนให้ใช้หลักเกณฑ์การเข้าสอบ โดยพิจารณาจากการแต่งกายสุภาพ เหมือนกับที่กำหนดของการเข้าสอบ (ถ้าไม่ใช่ ให้ คะแนน = 0) และจะพิจารณาผู้นำเสนอว่า มีทักษะการพูด วิธีการนำเสนอมีความน่าสนใจ ปฎิกิริยาของผู้ฟังในการให้ความสนใจ

     2.2 ความครบถ้วนของเนื้อหา โดยพิจารณาจากหัวข้อเรื่อง และเหตุผลการวิเคราะห์ประกอบการนำเสนอว่า มีความชัดเจน ถูกต้องและครบถ้วน

     2.3 เวลานำเสนอสอดคล้องกับเนื้อหา โดยพิจารณาจากการใช้เวลานำเสนอเป็นไปตามที่กำหนด (ถ้าไม่ใช่ ให้ คะแนน = 0)

     2.4 รูปแบบ สไลด์ และเนื้อหาต้องสอดคล้องกัน ควรกำหนดเป็นข้อๆ ประเด็น ให้สามารถอ่านง่าย ชัดเจน



 6 
 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2022, 08:46:12 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
   การตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียน

    Pracha Tansaenee, Nirumon Maneesawangwong


บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียน และ (2) ศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับความคิดเห็นเกี่ยวกับ การตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหงต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน การสุ่มตัวอย่างแบบใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ เครื่องมือในการวิจัยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความแจกแจงความถี่ และการวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนแบบทางเดียว ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 26-35 ปี ประเภทของหน่วยงานเอกชน ฯ ประเภทตำแหน่งงานระดับผู้ปฏิบัติ และประสบการณ์ทำงาน ไม่เกิน 5 ปี โดยพบว่า (1) ผลการศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียน ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งอยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก รองลงมา คือ การเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับมาก และ การเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมอยู่ในระดับมาก ตามลำดับ และ (2) ผลการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ด้านประสบการณ์ ที่มีความแตกต่างส่งผลต่อความคิดเห็นของการตระหนักรู้ของบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2561 ด้านผลลัพธ์ผู้เรียนที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

The research objectives are (1) to study the perceptions and awareness of students of the Master of Business Administration (MBA) program, Ramkhamhaeng University towards national Higher Education Standards B.E. 2561 (2018) in desired learning outcomes, and (2) to explore individual differences in demographic characteristics and opinion levels on the perceptions of aforesaid framework. The study sample, being drawn from convenience sampling included 400 MBA students of Ramkhamhaeng University. A questionnaire set served as the instrument for collecting data. The statistics for data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, frequency distribution and one-way ANOVA. The majority of respondents represented female, aged between 26-35 years, business owners, office employees, possessing less than five years’ experience. As results, respondents’ perception of Higher Education Standards Framework 2018 on learning outcomes was overall at a high level. Substantial aspects could be prioritized in this manner: Smart Citizenship, Having vital competencies and skills; and Possessing characteristics of creative and innovative individuals. Differences in perceptions towards the 2018 framework were found among respondents with different types and levels of work experience (p<0.05).

สามารถคลิกดู บทความวิจัย ตามล่างนี้

http://ojs.kmutnb.ac.th/index.php/bid/article/view/5427

 7 
 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2022, 08:39:45 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
         การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 4 และ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 1 (The 4th National RMUTR Conference and The 1st International RMUTR Conference

นำเสนองานวิจัย รูปแบบแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับสำนักงานตรวจสอบภายในคุณภาพ ของประเทศไทย (Model of the Best Practice for Quality Internal Audit Offices in Thailand)
                    
บทคัดย่อ
        การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสำนักงานตรวจสอบภายใน
คุณภาพของประเทศไทย และ 2.เพื่อจัดทารูปแบบแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย ดำเนินการวิจัยโดยการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับสำนักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ตรวจสอบภายในที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการศึกษา จานวนทั้งสิ้น 401 คน คำนวณตามสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95 โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ และเครื่องมือเป็นแบบสอบถามในการวิจัย สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าการแจกแจงแบบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการจัดทารูปแบบแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย โดยการจัดประชุมสนทนากลุ่ม ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนทั้งสิ้น 30 คน เพื่อพิจารณาแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย
         ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
        1.การสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย ผู้ตอบ
แบบสอบถาม มีจานวน 401 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 275 คน คิดเป็นร้อยละ 68.60 มีอายุมากกว่า45 ปี จานวน 142 คน คิดเป็นร้อยละ 35.40 ระดับการศึกษาระดับปริญญาโท จานวน 264 คน คิดเป็นร้อยละ 65.80 มีประสบการณ์ทำงานการตรวจสอบภายในไม่เกิน 5 ปี จานวน 144 คน คิดเป็นร้อยละ 35.91 มีตาแหน่งงานในปัจจุบันที่เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน จานวน 200 คน คิดเป็นร้อยละ 49.90 โดยเป็นหน่วยงานมาจากภาคเอกชน จานวน 210 คน คิดเป็นร้อยละ 52.40 และ
          จากการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทยประกอบด้วย ด้านคุณสมบัติสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพ และด้านคุณสมบัติของบุคลากรหลักของสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( X = 3.55) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านคุณสมบัติของบุคลากรหลักของสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X = 3.61) และ ด้านคุณสมบัติ สำนักงานตรวจสอบภายในคุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง( X = 3.49) ตามลำดับ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความแตกต่างในด้านระดับการศึกษา กับความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทยเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคลากรหลัก และการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความแตกต่างในด้านตำแหน่งงานกับความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทยเกี่ยวกับ คุณสมบัติสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพพบว่ามีนัยทางสถิติที่ระดับ 0.05
          2.การจัดทารูปแบบแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทย จากการประชุม
สนทนากลุ่ม พบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิได้ประเมินความสอดคล้องเหมาะสมตรงตามเนื้อหาของรูปแบบแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับ
สานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพของประเทศไทยในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเห็นว่า คุณภาพของผู้ตรวจสอบภายในของบุคลากรหลักมีความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อคุณภาพของสานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพ ทั้งนี้สานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพต้องมีหน้าที่ในการกากับคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบภายในของบุคลากรหลัก ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นว่าเป็นไปได้ในทางปฏิบัติให้เกิดผลสาเร็จได้จริงและควรนาไปเผยแพร่แก่สาธารณะชนต่อไป

คำสำคัญ: รูปแบบ แนวปฏิบัติที่ดี สานักงานตรวจสอบภายในคุณภาพ

                   http://repository.rmutr.ac.th/bitstream/handle/123456789/1295/RMUTRCON_N2005-075-1.pdf?sequence=1&isAllowed=y

                   https://www.gotoknow.org/posts/691826

 8 
 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2022, 08:29:03 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
            รูปแบบการพัฒนาในการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพร

บทคัดย่อ
    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพร และ 2.สร้างรูปแบบเพื่อการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ ในจังหวัดชุมพร วิธีดำเนินการวิจัยใช้เทคนิคเดลฟาย โดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ จำนวน 21 คน ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 3 รอบ ซึ่งใช้เครื่องมือที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง สำหรับในรอบที่ 1 เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง และ ในรอบที่ 2 และ รอบที่ 3 เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อคำนวณหาค่ามัธยฐานและพิสัยระหว่างควอไทล์ สำหรับในการพิจารณาคัดเลือกข้อคิดเห็นในมิติของผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพร ซึ่งจะพิจารณาค่ามัธยฐานตั้งแต่ระดับมากขึ้นไป  (Md > 3.50)  และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ น้อยกว่า 1.50 
    ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
    1. การศึกษาการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จมีความคิดเห็นสอดคล้องตรงตามเนื้อหาโดยในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (Md. = 3.80) และพิจารณาเป็นรายมิติ พบว่า ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1. มิติการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ดี     (Md. = 3.85)  2. มิติความผูกพันในการดำเนินชีวิต (Md. = 3.78) และ 3. มิติความสามารถทางปัญญาและสมรรถภาพทางกาย (Md. = 3.77) 

        2. ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นในรูปแบบการพัฒนาในการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพร คือ การที่มีสุขภาพที่สมบูรณ์ดี โดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ โดยต้องมีความรู้และความเข้าใจว่า สุขภาพกายดี จิตใจที่สดใสและมีที่พักพิง เป็นพื้นฐานของรูปแบบการพัฒนาในการเตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดชุมพร ที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จได้จริง
คำสำคัญ : ผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ สุขภาพกาย สุขภาพจิต


สามารถคลิกดู บทความในวารสาร ตามล่างนี้

                https://m-journal.dru.ac.th/index.php/index.php?url=abstract.php&abs_id=31&jn_id=3

 9 
 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2022, 08:26:27 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
    การจัดการความรู้ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สามารถคลิกดู บทคัดย่อ ตามล่างนี้

                   http://www.journal.ru.ac.th/media/static/pdf/fulltext/58_2_4.pdf

 10 
 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2022, 08:24:09 pm 
เริ่มโดย Dr.Pracha Tansaenee - กระทู้ล่าสุด โดย Dr.Pracha Tansaenee
                งานวิจัย บทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร

 นำเสนอ การประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ ครั้งที่  2  มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 28 มิย 2561 
(ดร.ประชา ตันเสนีย์ และ ดร.สุรภา ไถ้บ้านกวย )

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร 2. สร้างรูปแบบบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร วิธีดำเนินการวิจัยใช้เทคนิคเดลฟาย โดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการการตรวจสอบภายใน จำนวน 17  คน ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 3 รอบ  ซึ่งใช้เครื่องมือที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเอง  สำหรับในรอบที่ 1 เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง และ ในรอบที่ 2 และ รอบที่ 3 เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อคำนวณหาค่ามัธยฐานและพิสัยระหว่างควอไทล์ สำหรับในการพิจารณาคัดเลือกข้อคิดเห็นมิติบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรซึ่งจะพิจารณาค่ามัธยฐานตั้งแต่ระดับมากขึ้นไป  (Md > 3.50)  และ ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์
น้อยกว่า 1.50

                        ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้

                        1. มิติบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรที่ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องตรงตามเนื้อหาโดยในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (Md. = 4.47)  และพิจารณาเป็นรายมิติ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 2 มิติ ได้แก่ 1. มิติการให้ความสำคัญในการรับคนดี (Md. = 4.60) 2. มิติการมีความรับผิดชอบ  (Md. = 4.55)  และอยู่ในระดับมาก จำนวน 3  มิติ คือ 1.มิติการมีผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ  (Md..= 4.46)  2. มิติการเป็นนวัตกรรม (Md. = 4.35)  และ 3.มิติการส่งเสริมให้สามารถรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงระบบ (Md. = 4.25)

                        2. ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นในรูปแบบบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรว่ามีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสำเร็จได้จริง

คำสำคัญ : บทบาทผู้ตรวจสอบภายใน   การสร้างมูลค่าเพิ่ม

สามารถคลิกดู บทคัดย่อ ตามล่างนี้

                  https://www.gotoknow.org/posts/691823

หน้า: [1] 2 3 ... 10